ไม่ออก หากกล่าวอย่างจริงจังว่า “ฝ่าบาท เหล่าขุนนางไม่ไต้อยู่ ในความควบคุมของเฉิน หากอยู่ภายใต้การชี้นำของผลประโยชน์”

หย่งเล่อฮ่องเต้ทรงเลิกพระขนง ตรัสทวนคำ “การชี้นำของผล ประโยชน์?”

เซี่ยสินกล่าวว่า “ถูกแล้ว ไห่ซื่อกง[1] บอกว่าผู้คนแออัดเบียดเสียด ล้วนมาเพราะผลประโยชน์เก้าอี้เป่าลม ผู้คนเคลื่อนไหวขวักไขว่ ล้วนมุ่งหาผลประโยชน์ เหล่าขุนนางที่สนับสนุนหรือคัดต้าน กล่าวถึงที่สุดเกิดจากผลประโยชน์ คัวเดียว”

หย่งเล่อฮ่องเต้ตรัสถามว่า “ผลประโยชน์อยู่ที่ใด?”

เซี่ยสินกล่าวว่า “ฝ่าบาททราบหรือไม่ การค้าผ่านเครื่องบรรณาการ มีหนึ่งข้อบกพร่องและสามความขัดแย้งที่ไม่อาจไกล่เกลี่ยไต้”

หย่งเล่อฮ่องเต้คลายความขุ่นข้องพระทัยเปลี่ยนเป็นฉงนงงงวย ตรัสว่า “ท่านบอกมา”

เซี่นสินโซฟาลม พกพากล่าวว่า “เมื่อครู่เหล่าขุนนางจาระไนข้อบกพร่องของการ ค้าขายผ่านทางถวายเครื่องบรรณาการแล้ว เฉินคงไม่ต้องบรรยายอีก” หย่งเล่อฮ่องเต้ผงกพระเศียรตรัสว่า “ท่านลองบอกว่าความขัด แย้งทั้งสามเป็นความขัดแย้งใด?”

เซี่ยสินกราบทูลว่า “ความขัดแย้งทั้งสามได้แก่ความขัดแย้งของ ขุนนางบุ๋นกับขันที ความขัดแย้งของราชสำนักกับท้องถิ่น และความขัด แย้งระหว่างเจ้าชีวิตกับตระกูลใหญ่ เจ้าของที่ดินและคหบดี”

หย่งเล่อฮ่องเต้โน้มพระวรกายไปเบื้องหน้า ตรัสว่า “คำพูดนี้ อธิบายอย่างไรให้บอกมาโดยละเอียด”

เซี่ยสินกล่าวว่า “อย่างนั้นเฉินขอกราบทูลตรงๆ โซฟาเป่าลม intex 68565แล้ว ก่อนอื่นเอ่ย ถึงความขัดแย้งระหว่างขุนนางบุ๋นกับขันที การแล่นเรือสู่ซีหยาง การต่3 เรือรบ

รวมทั้งการจัดซื้อสินค้า ล้วนอยู่ในความรับผิดชอบของวังใน เป็นการจัดซื้อโดยขันที เหล่าขุนนางไม่อาจสอดมือเข้าไป ทั้งยังต้อง อำนวยความสะดวก รับคำสั่งจากขันที เหล่าขันทีไม่เพียงดูแลทรัพย์สิน ยังนำกำลังทหารและจัดสรรแรงงาน จะให้ขุนนางบุ๋นที่ดูแลทุกเรื่องราๆ จะทนทานรับไค้อย่างไร?

“อย่าว่าแต่สมัยราชวงศ์สั่นและกัง ขันทีก่อเหตุเภทภัย นับแต่นั้น เป็นต้นมาขุนนางบุ๋นก็ตั้งข้อสงสัย ระวังป้องกัน ทั้งไม่เป็นมิตร และ หยามดูแคลนต่อขันที เห็นขันทียิ่งมายิ่งมือำนาจ จะให้พวกมันวางใจไต้ อย่างไร?”

พระเนตรหย่งเล่อฮ่องเต้ทอประกายวูบ ไม่รับสั่งอันใด

พระองศ์ทรงทราบสิ่งที่เซี่ยสินเอ่ยถึง หากบอกว่าฮ่องเต้ทรงหวั่น วิตกว่าหากส่งขุนนางใหญ่ออกทะเล จะก่อกบฏตั้งตัวเป็นใหญ่ ถือเป็น ความคิดโซฟาลม ราคาถูกของคนไม่รู้ความ หากเอ่ยถึงข้อวิตกกังวล ที่ผ่านมามืขันทีคิด กุมอำนาจ ตั้งตนเป็นฮ่องเต้ เมื่อไปส่งขุนนางบุ๋นออกไป เปลี่ยนเป็น ใช้สอยขันทีก็ไว้วางใจไต้หรือ อีกประการขุนนางบุ๋นมืครอบครัว มิชาติ ตระกูลอยู่ในประเทศ ไยมิใช่ควบคุมไต้ง่ายกว่าขันที?

 

 

[1] หมายถึงซือหฝาถานสมัยราชวงศ์ฮั่น

Comments

หย่งเล่อฮ่องเต้ทอดพระเนตรเซี่ยสินล่าถอยไปอย่างข้า ๆ ถอน พระทัยออกมาเบา ๆ พระองค์ย่อมทอดพระเนตรจดหมายสั่งเสียของเซี่ย สินฉบับนั้น
ที่นอนเป่าลมในรถแล้ว พระองค์ไม่ต้องตรวจสอบ ก็ทรงทราบว่า เรื่องนี้เป็น ความจริงเลียเก้าส่วน

เซี่ยสินรุดสู่ที่ตั้งทัพวาลาพร้อมยอมตาย ในจดหมาย “สั่งเสีย” ต้อง ไม่กล่าวเหลวไหล เขึ้ยสินกับจี้กังไม่มีความแค้นส่วนตัว หากบอกว่าคิด ช่วงชิงเป็นที่โปรดปราน สำหรับคนที่ตระเตรียมรับความตาย เหตุการณ์ ถึงข้อนี้คงคิดเห็นจืดจางลง ยังมี คำนวณจากนิสัยใจคอของจี้กัง มีความ เป็นไปไต้ที่จ ะกระทำเรื่องนี้ การร้องอุทธรณ์ของเซี่ยสิน เป็นการร้อง อุทธรณ์แทนไพร่พลที่ต้องเสียชีวิตโดยใช่เหตุ

แต่ว่าจนบัดนี้พระองค์ยังทรงไว้วางพระทัยและพึ่งพาจี้กัง เมื่อเกิดที่นอนเป่าลม บิ๊กซี เรื่องขึ้น ขณะที่สถานการณ์ทางชายแดนทางเหนือยังไม่ถึงกับเลวร้ายสุด แก้ไข ยังคงมีบทสรุปที่สมบูรณ์พร้อม ยังมีความจำเป็นต้องสืบสาวราว เรื่อง โดยสำเร็จโทษคนสนิทหรือ จี้กังรีบร้อนสร้างผลงานจริง แต่หาก ขุนนางทุกคนไม่คิดสร้างผลงาน ฮ่องเต้จะใข้สอยเหล่าขุนนางไต้อย่างไร?

ที่หย่งเล่อฮ่องเต้ทรงเป็นห่วงคือ จี้กังถือเป็นขุนนางสำคัญคนหนึ่ง

หากคิดสำเร็จโทษมัน ก็ต้องแจกแจงความผิดของมัน แต่ว่าแผนลับที่ ต้าหมิงยุยงให้แคว้นวาลากับตาร์ตาร์เข่นฆ่ากันเองไหนเลยเป็ดเผยออก ไปได้? 1

ยามใดที่ข่าวคราวขุนนางใหญ่หวังสร้างผลงาน เป็นเหตุให้ไพร่พล จำนวนมากต้องบาดเจ็บล้มตายพอแพร่ออกไป เครือญาติของไพร่พลที่ ล้มตายกับไพร่พลที่บาดเจ็บพิการจะเจ็บปวดใจที่นอนเป่าลม intex comfort plush 67770หรือไม่ หลังจากนั้นราช สำนักมีคำสั่งใด ไพร่พลจะเคลือบแคลงสงลัย ไยมิใช่กระทบถึงรากราน

ของประเทศ การฆ่าจ็กังคนเดียวสามารถชดเชยผลอันน่ากลัวเหล่าน หรือไม่?

หากว่ามิคนอาคัยเรื่องนี้ยุยงให้ชาวเหลียวตงโกรธแค้นต่อราช สำนักเล่า เหล่าผู้สูงศักดิ'ชาวตาร์ตาร์ที่ถูกปลดออกจากอำนาจทางทหาร ถูกอพยพมายังแดนเหลียวตงไหนเลยยอมปล่อยปละละเว้นโอกาสเข่นนี้ เมื่อถึงเวลาเกิดข่าวลือแพร่สะพัด ทางการสามารถควบคุมชาวตาร์ตาร์ จำนวนมากได้หรือไม่?

หย่งเล่อฮ่องเต้ไม่ต้องการสร้างความผิดหวังแก่เซี่ยสิน แต่เมื่อ ใคร่ครวญถึงปัญหาเหล่านี้ จึงไม่คิดฆ่าจี้กัง จนเกิดความสั่นสะเทือนที่ ใหญ่หลวงกว่านี้ อีกประการ เซี่ยสินกับจี้กังล้วนเป็นขุนนางที่พระองค์ โปรดปราน พระองค์ไม่คิดตัดแขนตัวเองข้างหนึ่ง ไต้แต่ใข้เคล็ดวิชา “ลาก ถ่วง” สะกดเรื่องนี้ใว้ก่อน

ทุกผู้คนเข้าใจว่าฮ่องเต้มีอำนาจฆ่าฟันตามอำเภอใจ แต่ว่าฮ่องเต้ ก็ไม่สามารถกระทำตามที่พระทัยต้องการ

เซี่ยสินออกจากราชนิเวศน์ ต้องแหงนหน้าทอดถอนใจยาว ครุ่นติด ขึ้น ‘ฝาบาทยังคงโปรดปรานจี้กัง’

ตอนแรกมันเพราะเพื่อป้องกันที่นอนเป่าลม tv directตัว ลงมือฆ่าเจ้าหน้าที่กรมความ มั่นคงแผ่นดิน ถือว่ามิความผิดถึงตาย แต่ฮ่องเต้ทรงให้ท้ายมัน ตอนนี้ จี้กังร้อนรุ่ม

Comments

นางเลิกผ้าม่าน เท้าเปล่าทั้งคู่เหยียบยาลงบนพรมอันอ่อนนุ่ม วิ่ง อย่างประเปรียวดุจลูกม้า แสงโคมที่ด้านหลังเคลือบเล้นโค้งเล้นเว้าบน ร่างนางเป็นสีแดงระเรื่อชั้นหนึ่ง ดูไปเรียบลื่นละมุน เย้ายวนใจอย่างบอก ไม่ถูก พร้อมกับการกระโดดโลดเต้น หน้าอกทั้งสองคล้ายดอกไม้ไฟที่ แตกปะทุออก ช่วงขาที่เรียวยาวแข็งแรง ยามเคลื่อนไหวยังเผยเห็น เงามีดกลุ่มหนึ่ง

พริบตาที่เซี่ยสินปากอ้าตาค้าง เสี่ยวอิงกิโผเข้าอ้อมอกของมัน พุ่ง ชนมันล้มลงบนเตียง กล่าวคำเรียกหาที่หญิงสาวมองโกลเรียกหาชายคน รักอย่างอ่อนหวานว่า “อาเกอ (ท่านพี่)’’

ฟ้าเพิ่งรุ่งสางรำไร ขบวนทัพที่ค้างแรมบนทุ่งหิมะก็เก็บค่าย กระโจมออกเดินทาง

ดิงอวี่ความจริงยังคิดเกาะกินอาลู่ไถที่นอนเป่าลมในรถ

แต่แล้วเจ้าหน้าที่สื่อสารส่ง ข่าวที่เซี่ยสินแยกจากขบวนมายังค่ายที่มั่นของวาลาเดินทางมาถึง สร้าง ความตื่น

ตระหนกแก่ว่านที่ออวี้ยิ่ง รีบมาหาดิงอวี่ ติงอวี่ความจริงดื่มสุรา กับอาลู่ไถจนเมามายล้มพับ พอฟังถึงกับแตกตื่นจนหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ โซมกาย สร่างเมาเป็นปลิดทิ้ง

ดิงอวี่ไม่กล้าซักช้า รีบนำกำลังขบวนหนึ่งรีบรุดมายังค่ายที่มั่น ของวาลา อ้างว่าเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ ตลอดรายทางร้อนรุ่มใจตุจมี กองเพลิงเผาผลาญ กริ่งเกรงเที่ยสินประสบเหตุเภทภัยใด

มันรีบรุดเดินทาง แต่แล้วยามนั้นปรากฏเกล็ดหิมะปลิวโปรยลงมา อีก สร้างความร้อนใจแก่ติงอวี่จนยกมือป้องหน้าผากทอดตามองไกล ขู่ ค่ารามว่า “เร่งเร็วกว่านี้ วันนี้ต้องบรรลุถึงให้จงไค้”

พลางหวดแส้เร่งม้า เหล่านักรบก็ตามติดอยู่ค้านหลัง นักรบเหล่า ที่นอนเป่าลม 3.5 ฟุตนี้ล้วนเหี้ยมหาญ ม้าพาหนะก็ผ่านการคัดสรร กีบม้าตะกุยลง เกล็ดหิมะ ปลิวกระจาย คนและม้าแม้พุ่งผ่าน ผงหิมะยังไม่ตกลง

ยามนี้Iนค่ายกระโจมของทัพวาลายังเงียบสงบ เดือนลิบสองเช่นนี้ ยังมืผู้ใดตื่นแต่เช้า

กระโจมใหญ่มิดชิด ปีดประดูช่องหน้าต่าง ตะ เกียงบนโต๊ะเตี้ยไม่มื คนเดิมนํ้ามัน ยามนี้คับไปแล้ว ถึงแม้แสงอาทิตย์ไม่สาดลอดเช้ามา แต่ ในกระโจมเริ่มสว่างร่าไร พอลืมตาขึ้น สามารถเห็นสิ่งต่างๆ ยกตัวอย่าง สาวงามในอ้อมอก

เสี่ยวอิงขดตัวอยู่ในอ้อมอกมัน บนร่างห่อคลุมด้วยผ้าห่มขนอูฐ ร่างที่นอนหันข้างดันผ้าห่มนูนขึ้น ปอยผมปอยหนึ่งตกลงมาปีดคลุม หน้าอกไว้ ภาพดำขาวดัดกันอย่างซัดแจ้ง

เสี่ยวอิงหลับตาพริ้ม คล้ายกับดอกไม้ต้องนํ้าค้าง ยามเข้าจึงผลิ บานออกมา เซี่ยสินกำลังไข้มืออันใหญ่โตลูบไล้ตะโพกอันกลมกลึงของ นาง นางคล้ายไม่รู้สึกตัว ยังคงหลับสนิท แต่ว่าใบหน้านางยิ่งมายิ่งแดง อย่างแช่มข้าสี

แดงซ่านลามลงมาถึงลำคอ
ที่นอนเป่าลม 3.5 ฟุต จนถึงเนินอก ร่างคล้ายกลับ กลายเป็นสีชมพู

เซี่ยสินอดยิ้มมืไต้ กระซ่บที่ข้างหูว่า “ยังไม่ลืมตาอีก คิดแกล้ง นอนถึงเมื่อใด?”

เมื่อคืนเสี่ยวอิงไม่เอียงอาย ยามนี้กลับเอียงอายจนไม่กล้าพบพาน คน ใบหน้าคล้ายผ้าแดงผืนหนึ่ง พอฟังยังไม่ลืมตาขึ้น แต่ซ่อนตัวกับ อ้อมอกของเซี่ยสิน ใบหน้าที่แนบชิดกับหน้าอกเซี่ยสินกลายเป็นร้อนผ่าว กระทั่งดำพูดยังไม่กล้ากล่าวออกมา

Comments

เจ้าหน้าที่จุดรับส่งข่าวสารลุกขึ้นยืนกล่าวว่า “เป็นติงโหวแหยเอง” หนึ่งในจำนวนนั้นยังล้วงจดหมายลับจากอกเสื้อ ประคองส่งต่อ เซี่ยสินกล่าวว่า “ติงโหวแหยสั่งให้รีบรุดเดินทางถึงเมืองเป้ยจิง เพื่อส่ง มอบจดหมายฉบับนี้ต่อโหวแหย เมื่อได้พบในที่นี้ก็ประเสริฐสุด”

เหล่าองครักษ์พากันยืนเป็นแถวเดียวอยู่ในตำแหน่งเหนือลม บัง ลมหิมะให้กับเซี่ยสิน เซี่ยสินเป็ดจดหมายลับของติงอวี่ออกอ่านตู สีหน้า

พลันที่นอนเป่าลม intexหัวใจกลายเป็นหนักอึ้ง มือที่ถือจดหมายกลายเป็น

แข็งทื่อ กระดาษจดหมายสั่นพึ่บพั่บในสายลม”

“กว๋อกงแหย ท่านเป็นไรแล้ว?”

หัวหน้าองครักษ์นามเอึ้ยนซวนเห็นมันหน้าแปรเปลี่ยนกลับกลาย จึงอดถามมืได้

เซี่ยสินส่ายหน้า พับจดหมายซุกเก็บไว้ในอกเสื้อ เดินออกไป หลายก้าว หันหน้าหาทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ลมหิมะโชยพัดมา มันยัง ที่นอนเป่าลม fridayยืนราวรูปสลักจากศิลา ไม่รู้สึกเหน็บหนาว เหล่าองครักษ์หันไปมองหน้า กัน ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอันใด มืคนกระ€บถามเจ้าหน้าที่ที่ส่งจดหมาย นั้น แต่เจ้าหน้าที่นั้นมืหน้าที่ส่งจดหมาย ไหนเลยทราบว่าในจดหมาย เขียนว่าอะไร

ผ่านไปเนิ่นนาน เขี่ยสินค่อยหันไปกล่าวกับเจ้าหน้าที่ที่งสามว่า “เราเมื่อมาแล้ว พวกฟานก็ไม่ต้องไปยังเมืองเปยจิงอีก รีบนำเราไปยังจุด รับส่งข่าวสารที่อยู่ใกล้ที่สุด’’

เสียงดงเมื่อเซี่ยสินถอดชุดหนังโยนลงบนเก้าอี้ บังเกิดเป็นเสียง ของหนักกระทบพนเก้าอี้ ที่นอนเป่าลมในรถชุดหนังกลับเผชิญกับลมหิมะจนแข็งกระด้าง ขึ้นมา

ขุนนางประจำจุดรับส่งข่าวสารนามซื่อซิวเซิงรีบยกนํ้าร้อนมาอ่าง หนึ่ง กล่าวว่า “กว๋อกงแหยเชิญล้างหน้า”

ซื่อซิวเซิงผู้นี้เป็นซาวฮั่นที่อพยพมานอกด่านถึงสองชั่วคน ตอนนี้ พี่ชายนามซื่อขุนเซิงเกาะกระแสการค้าของแดนเหลียวตง เป็นพ่อค้ารับ ซื่อและจัดส่งเครื่องหนัง ซื่อซิวเซิงเป็นเจ้าหน้าที่ประจำจุดรับส่งข่าวสาร นานปี ตอนนี้ก็ขึ้นเป็นขุนนางเฉิงเจ๋อ  ถึง แม้จุดรับส่งข่าวสารบนเส้นทางเหลียวตงไม่มืรายได้พิเศษอันใด แต่ฐานะ

ทางบ้านมั่งคั่งกว่าเดิมหลายเท่า จุดรับส่งข่าวสารแห่งนี้ยังไม่เคยต้อนรับ ขุนนางใหญ่ถึงเพียงนี้มาก่อน ชื่อเฉิงเจ๋อกลัวผู้ใต้บังคับบัญชามือไม้ หยาบกระด้าง สร้างความไม่พอใจแก่ผู้กว๋อกง จึงปรนนิบ้ตด้วยตัวเอง ใบหน้าเชื่ยสินทานํ้ามันนากบกป้องกันความหนาว พอเข้าห้องหับ ก็เหนียวเหนอะ กำลังต้องการล้างหน้าพอดี มันวักนํ้าใสใบหน้าจนเปียก ค่อยใช้สบู่ถูหน้า เปลี่ยนนํ้าสองอ่าง ค่อยล้างหน้าสะอาดสะอ้าน จึงกล่าวที่นอนเป่าลม tv direct กับชื่อเฉิงเจ๋อว่า “ส่าถอยไปเถอะ เราต้องการพักผ่อนลักครู่”

ชื่อเฉิงเจ๋อถอนหายใจโล่งอกกล่าวว่า “ห้องครัวกำลังปรุงอาหาร กว๋

อกงแหยพักผ่อนก่อน อีกลักครู่ผู้น้อยจะยกมา”

เชื่ยสินรอจนชื่อเฉิงเจ๋อจากไป ก็ออกคำสั่งต่อเลี่ยนซวนซึ่งยืนอยู่ หน้าประตูว่า “ไปตามตัวกังพีง จางเหวินเถากับเหอเทียนชื่อมา”

Comments

ดีบุกผู้หนึ่งให้จัดทำเครื่องแหนบ นับว่ามี?เมืออยู่บ้าง อายุก็ไม่มากนัก จึง ฉุดลากมันมากลางวิกาล ผลัดเปลี่ยนชุดเจ้าบ่าว แต่งงานกับบุตรีมัน รอโซฟาลม พกพา ราคาส่ง จนเข้าห้องส่งตัว ช่างดีบุกนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นเรื่องราวใด”

ครูสอนหนังสือนั้นคล้อยตามว่า “ถูกแล้ว ขอหวังมามาช่วยดู ด้วย...”

หวังเหมยผอแค่นเสียงตังเฮอะกล่าวว่า “ตอนนื้ใม่ถามไถ่ว่ายากดี มืจน อายุมากหรือน้อย ขอเพียงแต่งออกถือเป็นความโซคดีในโชคร้าย แล้ว ไม่เช่นนั้นพวกท่านไยต้องมาหาเรา มืสู้เลียนแบบครอบครัวใหญ่ ส่ง บ่าวไพร่ออกไปฉุดคร่าเจ้าบ่าวมา”

เจ้าของร้านนํ้ามันคล้อยตามคำหนึ่ง ล้วงถุงเงินจากในแขนเสื้อ ยัด ใส่มือหวังเหมยผอ กล่าวว่า “รบกวนหวังผอจื่อเลือกคู่ครองให้กับบุตรี เรารายหนึ่ง”

หวังเหมยผอเดาะถุงเงินในมือ พบว่ามืนํ้าหนักหนึ่งเตี้ยว[1] ค่อยยิ้ม ออกมากล่าวว่า “ตกลง ท่านคอยฟังข่าวของเรา เมื่อครู่ที่กล่าววาจาระคาย หู เพราะต้องการให้พวกท่านล่วงรู้ถึงความยากลำบากตอนนี้ ระหว่างนี้ ละแวกใกล้เคียงยากจะมืบุรุษที่เหมาะสม เราต้องไปไกลกว่านี้ สองวัน ให้หลังค่อยให้คำตอบ”

เจ้าของร้านนํ้ามันรีบกล่าวว่า “ไม่ ไม่อาจถ่วงเวลาอีกต่อไป หลัง เที่ยงจะมาฟังข่าว คาคืนนี้เข้าพิธีแต่งงาน”

หวังเหมยผอร้องโอยคำหนึ่งกล่าวว่า “รีบร้อนถึงเพียงนี้...ท่านจะ ให้เราผู้เฒ่าหาเขยขวัญโซฟาเป่าลม pantipให้กับท่านจากที่ใด?”

ครูสอนหนังสือนั้นสอดคำขึ้น “เราสามารถรอไต้หนึ่งวัน รบกวน หวังมามาแล้ว” พลางล่งเนื้อตากแห้งในมือออกไป

เจ้าของร้านนํ้ามันเปลี่ยนเป็นกล่าวว่า “ตกลง หนึ่งวันก็หนึ่งวัน

ทวังผอจื่อเสาะหาบุรุษให้กับบุตรีเราก่อน”

ยามนั้นเสี่ยวเก้าอี้เป่าลมอิงควบม้าถึงปากทางเข้าเมืองทังโค่ว ที่ปากทางเข้า เมืองมีบุรุษสวมชุดเขียวใส่หมวกใบน้อยสองคนชะเง้อคอมองดู เสี่ยวอิง จึงรั้งสายบังเหียนม้า สอบถามว่า “ขอถามทางไปภูเขาฉือเหล่า ไม่ทราบ ใข้ทางสายนี้หรือไม่?”

บุรุษชุดเขียวสำรวจดูเสี่ยวอิงเที่ยวหนึ่ง ต้องยิ้มด้วยความพึงพอ ใจ เด็กน้อยนี้หล่อเหลาไปแล้ว แม้แต่บุรุษยังชมลูจนคันที่หัวไจยาก จะเกา หากชักนำมันกลับไป ต้าเหล่าแหย (นายผู้เฒ่าใหญ่โต) เกิดความ พึงพอใจ ต้องให้รางวัลแน่นอน แต่ยังต้องสอบถามให้กระจ่าง หากว่า เป็นลูกหลานชุนนางไม่อาจตอแย ทั้งต้องมิใซ่คนที่ตบแต่งภรรยาแล้ว หรือจะให้คุณหนูเป็นอนุภรรยา?

บ่าวไพร่ผู้หนึ่งล่งเสียงกระแอมกล่าวว่า “จากที่นี้ใปภูเขาฉือเหล่า ไม่ไกล แต่เมื่อวันก่อนเกิดฝนตกหนัก ชัดสะพานขาดไป ก่อนอาหารคร วันนี้คงไปไม่ทัน เสี่ยวเชี่ยงกง[2] คิดไปทำอะไร?”

เสี่ยวอิงฟังว่าวันนี้ใปไม่ทัน ต้องบังเกิดความผิดหวัง ปากกล่าว ว่า “ข้าพเจ้า...คิดไปเยี่ยมญาติที่ภูเขาฉือเหล่า ก่อนนี้ร่วมทางกับบิดา ไม่ ต้องจดจำทาง เวลานี้ใปเองก็กลับจำทางไม่ไต้”

บ่าวไพร่นั้นยิ้มพลางกล่าวว่า “เสี่ยวเชี่ยวกงบุคลิกสูงล่ง ม้าก็ พ่วงพี คงเป็นลูกหลานชุนนางกระมัง?”

เสี่ยวอิงกล่าวว่า “ต้าสู (ท่านอา) ล้อเล่นแล้ว ข้าพเจ้าเพียงเป็น ลูกหลานครอบครัวธรรมดา”

บ่าวไพร่อีกคนหนึ่งกล่าวว่า “วันนี้อากาศแจ่มใส เสี่ยวเชี่ยงกงไป เยี่ยมญาติ ไยไม่พาเสี่ยวเหนียงจึ่อที่นอนเป่าลม บิ๊กซี (คำเรียกภรรยาสาวผู้อื่น) ไปด้วย?”

 

 

[1] เทียบเท่าเงินหนึ่งร้อยเหรียญ

[2] ในที่นี้เปีนคำยกย่องชายหนุ่มอายุเยาว์

Comments
More

ไม่ออก หากกล่าวอย่างจริงจังว่า “ฝ่าบาท เหล่าขุนนางไม่ไต้อยู่ ในความควบคุมของเฉิน หากอยู่ภายใต้การชี้นำของผลประโยชน์”

หย่งเล่อฮ่องเต้ทรงเลิกพระขนง ตรัสทวนคำ “การชี้นำของผล ประโยชน์?”

เซี่ยสินกล่าวว่า “ถูกแล้ว ไห่ซื่อกง[1] บอกว่าผู้คนแออัดเบียดเสียด ล้วนมาเพราะผลประโยชน์เก้าอี้เป่าลม ผู้คนเคลื่อนไหวขวักไขว่ ล้วนมุ่งหาผลประโยชน์ เหล่าขุนนางที่สนับสนุนหรือคัดต้าน กล่าวถึงที่สุดเกิดจากผลประโยชน์ คัวเดียว”

หย่งเล่อฮ่องเต้ตรัสถามว่า “ผลประโยชน์อยู่ที่ใด?”

เซี่ยสินกล่าวว่า “ฝ่าบาททราบหรือไม่ การค้าผ่านเครื่องบรรณาการ มีหนึ่งข้อบกพร่องและสามความขัดแย้งที่ไม่อาจไกล่เกลี่ยไต้”

หย่งเล่อฮ่องเต้คลายความขุ่นข้องพระทัยเปลี่ยนเป็นฉงนงงงวย ตรัสว่า “ท่านบอกมา”

เซี่นสินโซฟาลม พกพากล่าวว่า “เมื่อครู่เหล่าขุนนางจาระไนข้อบกพร่องของการ ค้าขายผ่านทางถวายเครื่องบรรณาการแล้ว เฉินคงไม่ต้องบรรยายอีก” หย่งเล่อฮ่องเต้ผงกพระเศียรตรัสว่า “ท่านลองบอกว่าความขัด แย้งทั้งสามเป็นความขัดแย้งใด?”

เซี่ยสินกราบทูลว่า “ความขัดแย้งทั้งสามได้แก่ความขัดแย้งของ ขุนนางบุ๋นกับขันที ความขัดแย้งของราชสำนักกับท้องถิ่น และความขัด แย้งระหว่างเจ้าชีวิตกับตระกูลใหญ่ เจ้าของที่ดินและคหบดี”

หย่งเล่อฮ่องเต้โน้มพระวรกายไปเบื้องหน้า ตรัสว่า “คำพูดนี้ อธิบายอย่างไรให้บอกมาโดยละเอียด”

เซี่ยสินกล่าวว่า “อย่างนั้นเฉินขอกราบทูลตรงๆ โซฟาเป่าลม intex 68565แล้ว ก่อนอื่นเอ่ย ถึงความขัดแย้งระหว่างขุนนางบุ๋นกับขันที การแล่นเรือสู่ซีหยาง การต่3 เรือรบ

รวมทั้งการจัดซื้อสินค้า ล้วนอยู่ในความรับผิดชอบของวังใน เป็นการจัดซื้อโดยขันที เหล่าขุนนางไม่อาจสอดมือเข้าไป ทั้งยังต้อง อำนวยความสะดวก รับคำสั่งจากขันที เหล่าขันทีไม่เพียงดูแลทรัพย์สิน ยังนำกำลังทหารและจัดสรรแรงงาน จะให้ขุนนางบุ๋นที่ดูแลทุกเรื่องราๆ จะทนทานรับไค้อย่างไร?

“อย่าว่าแต่สมัยราชวงศ์สั่นและกัง ขันทีก่อเหตุเภทภัย นับแต่นั้น เป็นต้นมาขุนนางบุ๋นก็ตั้งข้อสงสัย ระวังป้องกัน ทั้งไม่เป็นมิตร และ หยามดูแคลนต่อขันที เห็นขันทียิ่งมายิ่งมือำนาจ จะให้พวกมันวางใจไต้ อย่างไร?”

พระเนตรหย่งเล่อฮ่องเต้ทอประกายวูบ ไม่รับสั่งอันใด

พระองศ์ทรงทราบสิ่งที่เซี่ยสินเอ่ยถึง หากบอกว่าฮ่องเต้ทรงหวั่น วิตกว่าหากส่งขุนนางใหญ่ออกทะเล จะก่อกบฏตั้งตัวเป็นใหญ่ ถือเป็น ความคิดโซฟาลม ราคาถูกของคนไม่รู้ความ หากเอ่ยถึงข้อวิตกกังวล ที่ผ่านมามืขันทีคิด กุมอำนาจ ตั้งตนเป็นฮ่องเต้ เมื่อไปส่งขุนนางบุ๋นออกไป เปลี่ยนเป็น ใช้สอยขันทีก็ไว้วางใจไต้หรือ อีกประการขุนนางบุ๋นมืครอบครัว มิชาติ ตระกูลอยู่ในประเทศ ไยมิใช่ควบคุมไต้ง่ายกว่าขันที?

 

 

[1] หมายถึงซือหฝาถานสมัยราชวงศ์ฮั่น

Comments

หย่งเล่อฮ่องเต้ทอดพระเนตรเซี่ยสินล่าถอยไปอย่างข้า ๆ ถอน พระทัยออกมาเบา ๆ พระองค์ย่อมทอดพระเนตรจดหมายสั่งเสียของเซี่ย สินฉบับนั้น
ที่นอนเป่าลมในรถแล้ว พระองค์ไม่ต้องตรวจสอบ ก็ทรงทราบว่า เรื่องนี้เป็น ความจริงเลียเก้าส่วน

เซี่ยสินรุดสู่ที่ตั้งทัพวาลาพร้อมยอมตาย ในจดหมาย “สั่งเสีย” ต้อง ไม่กล่าวเหลวไหล เขึ้ยสินกับจี้กังไม่มีความแค้นส่วนตัว หากบอกว่าคิด ช่วงชิงเป็นที่โปรดปราน สำหรับคนที่ตระเตรียมรับความตาย เหตุการณ์ ถึงข้อนี้คงคิดเห็นจืดจางลง ยังมี คำนวณจากนิสัยใจคอของจี้กัง มีความ เป็นไปไต้ที่จ ะกระทำเรื่องนี้ การร้องอุทธรณ์ของเซี่ยสิน เป็นการร้อง อุทธรณ์แทนไพร่พลที่ต้องเสียชีวิตโดยใช่เหตุ

แต่ว่าจนบัดนี้พระองค์ยังทรงไว้วางพระทัยและพึ่งพาจี้กัง เมื่อเกิดที่นอนเป่าลม บิ๊กซี เรื่องขึ้น ขณะที่สถานการณ์ทางชายแดนทางเหนือยังไม่ถึงกับเลวร้ายสุด แก้ไข ยังคงมีบทสรุปที่สมบูรณ์พร้อม ยังมีความจำเป็นต้องสืบสาวราว เรื่อง โดยสำเร็จโทษคนสนิทหรือ จี้กังรีบร้อนสร้างผลงานจริง แต่หาก ขุนนางทุกคนไม่คิดสร้างผลงาน ฮ่องเต้จะใข้สอยเหล่าขุนนางไต้อย่างไร?

ที่หย่งเล่อฮ่องเต้ทรงเป็นห่วงคือ จี้กังถือเป็นขุนนางสำคัญคนหนึ่ง

หากคิดสำเร็จโทษมัน ก็ต้องแจกแจงความผิดของมัน แต่ว่าแผนลับที่ ต้าหมิงยุยงให้แคว้นวาลากับตาร์ตาร์เข่นฆ่ากันเองไหนเลยเป็ดเผยออก ไปได้? 1

ยามใดที่ข่าวคราวขุนนางใหญ่หวังสร้างผลงาน เป็นเหตุให้ไพร่พล จำนวนมากต้องบาดเจ็บล้มตายพอแพร่ออกไป เครือญาติของไพร่พลที่ ล้มตายกับไพร่พลที่บาดเจ็บพิการจะเจ็บปวดใจที่นอนเป่าลม intex comfort plush 67770หรือไม่ หลังจากนั้นราช สำนักมีคำสั่งใด ไพร่พลจะเคลือบแคลงสงลัย ไยมิใช่กระทบถึงรากราน

ของประเทศ การฆ่าจ็กังคนเดียวสามารถชดเชยผลอันน่ากลัวเหล่าน หรือไม่?

หากว่ามิคนอาคัยเรื่องนี้ยุยงให้ชาวเหลียวตงโกรธแค้นต่อราช สำนักเล่า เหล่าผู้สูงศักดิ'ชาวตาร์ตาร์ที่ถูกปลดออกจากอำนาจทางทหาร ถูกอพยพมายังแดนเหลียวตงไหนเลยยอมปล่อยปละละเว้นโอกาสเข่นนี้ เมื่อถึงเวลาเกิดข่าวลือแพร่สะพัด ทางการสามารถควบคุมชาวตาร์ตาร์ จำนวนมากได้หรือไม่?

หย่งเล่อฮ่องเต้ไม่ต้องการสร้างความผิดหวังแก่เซี่ยสิน แต่เมื่อ ใคร่ครวญถึงปัญหาเหล่านี้ จึงไม่คิดฆ่าจี้กัง จนเกิดความสั่นสะเทือนที่ ใหญ่หลวงกว่านี้ อีกประการ เซี่ยสินกับจี้กังล้วนเป็นขุนนางที่พระองค์ โปรดปราน พระองค์ไม่คิดตัดแขนตัวเองข้างหนึ่ง ไต้แต่ใข้เคล็ดวิชา “ลาก ถ่วง” สะกดเรื่องนี้ใว้ก่อน

ทุกผู้คนเข้าใจว่าฮ่องเต้มีอำนาจฆ่าฟันตามอำเภอใจ แต่ว่าฮ่องเต้ ก็ไม่สามารถกระทำตามที่พระทัยต้องการ

เซี่ยสินออกจากราชนิเวศน์ ต้องแหงนหน้าทอดถอนใจยาว ครุ่นติด ขึ้น ‘ฝาบาทยังคงโปรดปรานจี้กัง’

ตอนแรกมันเพราะเพื่อป้องกันที่นอนเป่าลม tv directตัว ลงมือฆ่าเจ้าหน้าที่กรมความ มั่นคงแผ่นดิน ถือว่ามิความผิดถึงตาย แต่ฮ่องเต้ทรงให้ท้ายมัน ตอนนี้ จี้กังร้อนรุ่ม

Comments

นางเลิกผ้าม่าน เท้าเปล่าทั้งคู่เหยียบยาลงบนพรมอันอ่อนนุ่ม วิ่ง อย่างประเปรียวดุจลูกม้า แสงโคมที่ด้านหลังเคลือบเล้นโค้งเล้นเว้าบน ร่างนางเป็นสีแดงระเรื่อชั้นหนึ่ง ดูไปเรียบลื่นละมุน เย้ายวนใจอย่างบอก ไม่ถูก พร้อมกับการกระโดดโลดเต้น หน้าอกทั้งสองคล้ายดอกไม้ไฟที่ แตกปะทุออก ช่วงขาที่เรียวยาวแข็งแรง ยามเคลื่อนไหวยังเผยเห็น เงามีดกลุ่มหนึ่ง

พริบตาที่เซี่ยสินปากอ้าตาค้าง เสี่ยวอิงกิโผเข้าอ้อมอกของมัน พุ่ง ชนมันล้มลงบนเตียง กล่าวคำเรียกหาที่หญิงสาวมองโกลเรียกหาชายคน รักอย่างอ่อนหวานว่า “อาเกอ (ท่านพี่)’’

ฟ้าเพิ่งรุ่งสางรำไร ขบวนทัพที่ค้างแรมบนทุ่งหิมะก็เก็บค่าย กระโจมออกเดินทาง

ดิงอวี่ความจริงยังคิดเกาะกินอาลู่ไถที่นอนเป่าลมในรถ

แต่แล้วเจ้าหน้าที่สื่อสารส่ง ข่าวที่เซี่ยสินแยกจากขบวนมายังค่ายที่มั่นของวาลาเดินทางมาถึง สร้าง ความตื่น

ตระหนกแก่ว่านที่ออวี้ยิ่ง รีบมาหาดิงอวี่ ติงอวี่ความจริงดื่มสุรา กับอาลู่ไถจนเมามายล้มพับ พอฟังถึงกับแตกตื่นจนหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ โซมกาย สร่างเมาเป็นปลิดทิ้ง

ดิงอวี่ไม่กล้าซักช้า รีบนำกำลังขบวนหนึ่งรีบรุดมายังค่ายที่มั่น ของวาลา อ้างว่าเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ ตลอดรายทางร้อนรุ่มใจตุจมี กองเพลิงเผาผลาญ กริ่งเกรงเที่ยสินประสบเหตุเภทภัยใด

มันรีบรุดเดินทาง แต่แล้วยามนั้นปรากฏเกล็ดหิมะปลิวโปรยลงมา อีก สร้างความร้อนใจแก่ติงอวี่จนยกมือป้องหน้าผากทอดตามองไกล ขู่ ค่ารามว่า “เร่งเร็วกว่านี้ วันนี้ต้องบรรลุถึงให้จงไค้”

พลางหวดแส้เร่งม้า เหล่านักรบก็ตามติดอยู่ค้านหลัง นักรบเหล่า ที่นอนเป่าลม 3.5 ฟุตนี้ล้วนเหี้ยมหาญ ม้าพาหนะก็ผ่านการคัดสรร กีบม้าตะกุยลง เกล็ดหิมะ ปลิวกระจาย คนและม้าแม้พุ่งผ่าน ผงหิมะยังไม่ตกลง

ยามนี้Iนค่ายกระโจมของทัพวาลายังเงียบสงบ เดือนลิบสองเช่นนี้ ยังมืผู้ใดตื่นแต่เช้า

กระโจมใหญ่มิดชิด ปีดประดูช่องหน้าต่าง ตะ เกียงบนโต๊ะเตี้ยไม่มื คนเดิมนํ้ามัน ยามนี้คับไปแล้ว ถึงแม้แสงอาทิตย์ไม่สาดลอดเช้ามา แต่ ในกระโจมเริ่มสว่างร่าไร พอลืมตาขึ้น สามารถเห็นสิ่งต่างๆ ยกตัวอย่าง สาวงามในอ้อมอก

เสี่ยวอิงขดตัวอยู่ในอ้อมอกมัน บนร่างห่อคลุมด้วยผ้าห่มขนอูฐ ร่างที่นอนหันข้างดันผ้าห่มนูนขึ้น ปอยผมปอยหนึ่งตกลงมาปีดคลุม หน้าอกไว้ ภาพดำขาวดัดกันอย่างซัดแจ้ง

เสี่ยวอิงหลับตาพริ้ม คล้ายกับดอกไม้ต้องนํ้าค้าง ยามเข้าจึงผลิ บานออกมา เซี่ยสินกำลังไข้มืออันใหญ่โตลูบไล้ตะโพกอันกลมกลึงของ นาง นางคล้ายไม่รู้สึกตัว ยังคงหลับสนิท แต่ว่าใบหน้านางยิ่งมายิ่งแดง อย่างแช่มข้าสี

แดงซ่านลามลงมาถึงลำคอ
ที่นอนเป่าลม 3.5 ฟุต จนถึงเนินอก ร่างคล้ายกลับ กลายเป็นสีชมพู

เซี่ยสินอดยิ้มมืไต้ กระซ่บที่ข้างหูว่า “ยังไม่ลืมตาอีก คิดแกล้ง นอนถึงเมื่อใด?”

เมื่อคืนเสี่ยวอิงไม่เอียงอาย ยามนี้กลับเอียงอายจนไม่กล้าพบพาน คน ใบหน้าคล้ายผ้าแดงผืนหนึ่ง พอฟังยังไม่ลืมตาขึ้น แต่ซ่อนตัวกับ อ้อมอกของเซี่ยสิน ใบหน้าที่แนบชิดกับหน้าอกเซี่ยสินกลายเป็นร้อนผ่าว กระทั่งดำพูดยังไม่กล้ากล่าวออกมา

Comments

เจ้าหน้าที่จุดรับส่งข่าวสารลุกขึ้นยืนกล่าวว่า “เป็นติงโหวแหยเอง” หนึ่งในจำนวนนั้นยังล้วงจดหมายลับจากอกเสื้อ ประคองส่งต่อ เซี่ยสินกล่าวว่า “ติงโหวแหยสั่งให้รีบรุดเดินทางถึงเมืองเป้ยจิง เพื่อส่ง มอบจดหมายฉบับนี้ต่อโหวแหย เมื่อได้พบในที่นี้ก็ประเสริฐสุด”

เหล่าองครักษ์พากันยืนเป็นแถวเดียวอยู่ในตำแหน่งเหนือลม บัง ลมหิมะให้กับเซี่ยสิน เซี่ยสินเป็ดจดหมายลับของติงอวี่ออกอ่านตู สีหน้า

พลันที่นอนเป่าลม intexหัวใจกลายเป็นหนักอึ้ง มือที่ถือจดหมายกลายเป็น

แข็งทื่อ กระดาษจดหมายสั่นพึ่บพั่บในสายลม”

“กว๋อกงแหย ท่านเป็นไรแล้ว?”

หัวหน้าองครักษ์นามเอึ้ยนซวนเห็นมันหน้าแปรเปลี่ยนกลับกลาย จึงอดถามมืได้

เซี่ยสินส่ายหน้า พับจดหมายซุกเก็บไว้ในอกเสื้อ เดินออกไป หลายก้าว หันหน้าหาทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ลมหิมะโชยพัดมา มันยัง ที่นอนเป่าลม fridayยืนราวรูปสลักจากศิลา ไม่รู้สึกเหน็บหนาว เหล่าองครักษ์หันไปมองหน้า กัน ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอันใด มืคนกระ€บถามเจ้าหน้าที่ที่ส่งจดหมาย นั้น แต่เจ้าหน้าที่นั้นมืหน้าที่ส่งจดหมาย ไหนเลยทราบว่าในจดหมาย เขียนว่าอะไร

ผ่านไปเนิ่นนาน เขี่ยสินค่อยหันไปกล่าวกับเจ้าหน้าที่ที่งสามว่า “เราเมื่อมาแล้ว พวกฟานก็ไม่ต้องไปยังเมืองเปยจิงอีก รีบนำเราไปยังจุด รับส่งข่าวสารที่อยู่ใกล้ที่สุด’’

เสียงดงเมื่อเซี่ยสินถอดชุดหนังโยนลงบนเก้าอี้ บังเกิดเป็นเสียง ของหนักกระทบพนเก้าอี้ ที่นอนเป่าลมในรถชุดหนังกลับเผชิญกับลมหิมะจนแข็งกระด้าง ขึ้นมา

ขุนนางประจำจุดรับส่งข่าวสารนามซื่อซิวเซิงรีบยกนํ้าร้อนมาอ่าง หนึ่ง กล่าวว่า “กว๋อกงแหยเชิญล้างหน้า”

ซื่อซิวเซิงผู้นี้เป็นซาวฮั่นที่อพยพมานอกด่านถึงสองชั่วคน ตอนนี้ พี่ชายนามซื่อขุนเซิงเกาะกระแสการค้าของแดนเหลียวตง เป็นพ่อค้ารับ ซื่อและจัดส่งเครื่องหนัง ซื่อซิวเซิงเป็นเจ้าหน้าที่ประจำจุดรับส่งข่าวสาร นานปี ตอนนี้ก็ขึ้นเป็นขุนนางเฉิงเจ๋อ  ถึง แม้จุดรับส่งข่าวสารบนเส้นทางเหลียวตงไม่มืรายได้พิเศษอันใด แต่ฐานะ

ทางบ้านมั่งคั่งกว่าเดิมหลายเท่า จุดรับส่งข่าวสารแห่งนี้ยังไม่เคยต้อนรับ ขุนนางใหญ่ถึงเพียงนี้มาก่อน ชื่อเฉิงเจ๋อกลัวผู้ใต้บังคับบัญชามือไม้ หยาบกระด้าง สร้างความไม่พอใจแก่ผู้กว๋อกง จึงปรนนิบ้ตด้วยตัวเอง ใบหน้าเชื่ยสินทานํ้ามันนากบกป้องกันความหนาว พอเข้าห้องหับ ก็เหนียวเหนอะ กำลังต้องการล้างหน้าพอดี มันวักนํ้าใสใบหน้าจนเปียก ค่อยใช้สบู่ถูหน้า เปลี่ยนนํ้าสองอ่าง ค่อยล้างหน้าสะอาดสะอ้าน จึงกล่าวที่นอนเป่าลม tv direct กับชื่อเฉิงเจ๋อว่า “ส่าถอยไปเถอะ เราต้องการพักผ่อนลักครู่”

ชื่อเฉิงเจ๋อถอนหายใจโล่งอกกล่าวว่า “ห้องครัวกำลังปรุงอาหาร กว๋

อกงแหยพักผ่อนก่อน อีกลักครู่ผู้น้อยจะยกมา”

เชื่ยสินรอจนชื่อเฉิงเจ๋อจากไป ก็ออกคำสั่งต่อเลี่ยนซวนซึ่งยืนอยู่ หน้าประตูว่า “ไปตามตัวกังพีง จางเหวินเถากับเหอเทียนชื่อมา”

Comments

ดีบุกผู้หนึ่งให้จัดทำเครื่องแหนบ นับว่ามี?เมืออยู่บ้าง อายุก็ไม่มากนัก จึง ฉุดลากมันมากลางวิกาล ผลัดเปลี่ยนชุดเจ้าบ่าว แต่งงานกับบุตรีมัน รอโซฟาลม พกพา ราคาส่ง จนเข้าห้องส่งตัว ช่างดีบุกนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นเรื่องราวใด”

ครูสอนหนังสือนั้นคล้อยตามว่า “ถูกแล้ว ขอหวังมามาช่วยดู ด้วย...”

หวังเหมยผอแค่นเสียงตังเฮอะกล่าวว่า “ตอนนื้ใม่ถามไถ่ว่ายากดี มืจน อายุมากหรือน้อย ขอเพียงแต่งออกถือเป็นความโซคดีในโชคร้าย แล้ว ไม่เช่นนั้นพวกท่านไยต้องมาหาเรา มืสู้เลียนแบบครอบครัวใหญ่ ส่ง บ่าวไพร่ออกไปฉุดคร่าเจ้าบ่าวมา”

เจ้าของร้านนํ้ามันคล้อยตามคำหนึ่ง ล้วงถุงเงินจากในแขนเสื้อ ยัด ใส่มือหวังเหมยผอ กล่าวว่า “รบกวนหวังผอจื่อเลือกคู่ครองให้กับบุตรี เรารายหนึ่ง”

หวังเหมยผอเดาะถุงเงินในมือ พบว่ามืนํ้าหนักหนึ่งเตี้ยว[1] ค่อยยิ้ม ออกมากล่าวว่า “ตกลง ท่านคอยฟังข่าวของเรา เมื่อครู่ที่กล่าววาจาระคาย หู เพราะต้องการให้พวกท่านล่วงรู้ถึงความยากลำบากตอนนี้ ระหว่างนี้ ละแวกใกล้เคียงยากจะมืบุรุษที่เหมาะสม เราต้องไปไกลกว่านี้ สองวัน ให้หลังค่อยให้คำตอบ”

เจ้าของร้านนํ้ามันรีบกล่าวว่า “ไม่ ไม่อาจถ่วงเวลาอีกต่อไป หลัง เที่ยงจะมาฟังข่าว คาคืนนี้เข้าพิธีแต่งงาน”

หวังเหมยผอร้องโอยคำหนึ่งกล่าวว่า “รีบร้อนถึงเพียงนี้...ท่านจะ ให้เราผู้เฒ่าหาเขยขวัญโซฟาเป่าลม pantipให้กับท่านจากที่ใด?”

ครูสอนหนังสือนั้นสอดคำขึ้น “เราสามารถรอไต้หนึ่งวัน รบกวน หวังมามาแล้ว” พลางล่งเนื้อตากแห้งในมือออกไป

เจ้าของร้านนํ้ามันเปลี่ยนเป็นกล่าวว่า “ตกลง หนึ่งวันก็หนึ่งวัน

ทวังผอจื่อเสาะหาบุรุษให้กับบุตรีเราก่อน”

ยามนั้นเสี่ยวเก้าอี้เป่าลมอิงควบม้าถึงปากทางเข้าเมืองทังโค่ว ที่ปากทางเข้า เมืองมีบุรุษสวมชุดเขียวใส่หมวกใบน้อยสองคนชะเง้อคอมองดู เสี่ยวอิง จึงรั้งสายบังเหียนม้า สอบถามว่า “ขอถามทางไปภูเขาฉือเหล่า ไม่ทราบ ใข้ทางสายนี้หรือไม่?”

บุรุษชุดเขียวสำรวจดูเสี่ยวอิงเที่ยวหนึ่ง ต้องยิ้มด้วยความพึงพอ ใจ เด็กน้อยนี้หล่อเหลาไปแล้ว แม้แต่บุรุษยังชมลูจนคันที่หัวไจยาก จะเกา หากชักนำมันกลับไป ต้าเหล่าแหย (นายผู้เฒ่าใหญ่โต) เกิดความ พึงพอใจ ต้องให้รางวัลแน่นอน แต่ยังต้องสอบถามให้กระจ่าง หากว่า เป็นลูกหลานชุนนางไม่อาจตอแย ทั้งต้องมิใซ่คนที่ตบแต่งภรรยาแล้ว หรือจะให้คุณหนูเป็นอนุภรรยา?

บ่าวไพร่ผู้หนึ่งล่งเสียงกระแอมกล่าวว่า “จากที่นี้ใปภูเขาฉือเหล่า ไม่ไกล แต่เมื่อวันก่อนเกิดฝนตกหนัก ชัดสะพานขาดไป ก่อนอาหารคร วันนี้คงไปไม่ทัน เสี่ยวเชี่ยงกง[2] คิดไปทำอะไร?”

เสี่ยวอิงฟังว่าวันนี้ใปไม่ทัน ต้องบังเกิดความผิดหวัง ปากกล่าว ว่า “ข้าพเจ้า...คิดไปเยี่ยมญาติที่ภูเขาฉือเหล่า ก่อนนี้ร่วมทางกับบิดา ไม่ ต้องจดจำทาง เวลานี้ใปเองก็กลับจำทางไม่ไต้”

บ่าวไพร่นั้นยิ้มพลางกล่าวว่า “เสี่ยวเชี่ยวกงบุคลิกสูงล่ง ม้าก็ พ่วงพี คงเป็นลูกหลานชุนนางกระมัง?”

เสี่ยวอิงกล่าวว่า “ต้าสู (ท่านอา) ล้อเล่นแล้ว ข้าพเจ้าเพียงเป็น ลูกหลานครอบครัวธรรมดา”

บ่าวไพร่อีกคนหนึ่งกล่าวว่า “วันนี้อากาศแจ่มใส เสี่ยวเชี่ยงกงไป เยี่ยมญาติ ไยไม่พาเสี่ยวเหนียงจึ่อที่นอนเป่าลม บิ๊กซี (คำเรียกภรรยาสาวผู้อื่น) ไปด้วย?”

 

 

[1] เทียบเท่าเงินหนึ่งร้อยเหรียญ

[2] ในที่นี้เปีนคำยกย่องชายหนุ่มอายุเยาว์

Comments
More


You are visitor no.

Free website powered by Beep.com
 
The responsible person for the content of this web site is solely
the webmaster of this website, approachable via this form!